โครงการระบบตรวจสอบไฟล์วิดีโอรายการออกอากาศโทรทัศน์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

(MeMo : Artificial Intelligence Based Media Monitoring System)

หลักการและเหตุผล

ตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 ด้านความมั่นคง ได้ระบุประเด็นเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสร้างสรรค์ เพื่อรองรับสังคมยุคดิจิทัล ที่มุ่งเน้นพัฒนาระบบ โครงสร้างเครือข่ายด้านข้อมูลเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว ส่งเสริมเสรีภาพของสื่อสาธารณะ ควบคู่ไปกับมาตรการสร้างความรับผิดชอบของสื่อต่อสังคม รวมถึงส่งเสริมบทบาทขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความรู้เรื่องสิทธิเพื่อคุ้มครองการใช้เทคโนโลยีและสื่อตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมาย ตลอดจนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ทั้งในเชิงเนื้อหา การสร้างความตระหนัก และภูมิคุ้มกันของผู้เสพสื่อ

โดยในปัจจุบันจำนวนสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีทั้งสิ้น 48 ช่อง เป็นประเภทบริการสาธารณะและชุมชน จำนวน 24 ช่อง และประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ จำนวน 24 ช่อง โดยผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ทั้งหมดจำเป็นต้องทำการตรวจสอบรายการก่อนออกอากาศให้เป็นไปตาม กฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ อย่างไรก็ตามในแต่ละวันรายการที่ออกอากาศผ่านช่อง เหล่านี้มีปริมาณรวมกันมากกว่า 1,000 ชั่วโมง ดังนั้น การตรวจสอบรายการทั้งหมดอย่างละเอียดทั่วถึง และให้เป็นไปตาม กฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามที่ กสทช. บังคับนั้นเป็นไปได้อย่าง ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์บางรายไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข โดยตัวอย่างกรณีที่มักจะพบเห็นเป็นประจำ ได้แก่ การออกอากาศรายการหรือโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้า โดยหลอกลวงหรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น หรือโดยการอ้างข้อมูลอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องสูญเสียทรัพย์สิน และยังอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้ อันเป็นการดำเนินการใด ๆ ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสานสนเทศ สื่อสารและโทรคมนาคม ส่งผลให้ข้อมูล ข่าวสาร เนื้อหารายการต่างๆ มีการเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ในมิติต่างๆ จึงนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้บรรลุเป้าหมายได้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในรูปแบบอัตโนมัติ ถือเป็นมิติใหม่ที่จะบูรณาการนวัตกรรมควบคู่ไปกับความมั่นคง ปลอดภัย การพัฒนาคนและสังคมให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สำนักงาน กสทช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบ ตรวจสอบและกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพต่อสาธารณะ ทั้งยังต้องเป็นไปตามกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ตลอดจนเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ภายใต้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และกำกับ ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที รองรับการตรวจสอบข้อมูลในปริมาณมาก โดยเน้นไปที่การพัฒนาและสร้างต้นแบบการประยุกต์ใช้ระบบตรวจสอบและกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เพื่อพัฒนาการเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ในการนี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท เอไอไนน์ จำกัด นำเทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้และต่อยอด “โครงการระบบตรวจสอบและกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์” เพื่อพัฒนาและสร้างตัวอย่างต้นแบบที่สามารถใช้งานได้ (Use Case) ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถพัฒนาระบบให้รองรับการใช้งาน รวมถึงสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์จะต้องพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะชน อันเป็นไปเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการเข้าถึงเนื้อหาของสื่อที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ส่งผลให้สามารถนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในกิจการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบตรวจสอบไฟล์วิดีทัศน์รายการออกอากาศโทรทัศน์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (MeMo : Artificial Intelligence Based Media Monitoring System) สำหรับใช้ในการตรวจสอบและกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่สื่อของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์

2. เพื่อสร้างองค์ความรู้ของงานวิจัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ สำหรับการพัฒนาระบบตรวจสอบไฟล์วิดีทัศน์รายการออกอากาศโทรทัศน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์

3. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดอบรมการใช้งานต้นแบบระบบตรวจสอบไฟล์วิดีทัศน์รายการออกอากาศ โทรทัศน์ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเผยแพร่สื่อต่อสังคมและประชาชน

เป้าหมาย

1. พัฒนาระบบตรวจสอบไฟล์วิดีทัศน์รายการออกอากาศโทรทัศน์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (MeMo : Artificial Intelligence Based Media Monitoring System) โดยมีฟังก์ชันและคุณลักษณะดังต่อไปนี้

• สามารถตรวจจับโฆษณาเกินจริงได้

• สามารถตรวจจับโฆษณาเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้

• สามารถตรวจจับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนได้

2. จัดอบรมการใช้งานระบบต้นแบบ MeMo ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเผยแพร่สื่อต่อสังคมและประชาชน